Beauty

7 ขั้นตอน เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ง่าย ๆ ให้เครื่องสำอางติดทนยิ่งขึ้น!

By January 16, 2019 May 4th, 2019 No Comments

สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติดทนใด ๆ ลองเช็คกับขั้นตอนที่เราหยิบมาฝากกันนี้ก่อนว่าทำครบจบทุกขั้นตอนหรือยัง ถ้ายังต้องอย่าลืม เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ให้พร้อมก่อนลงมือหยิบเครื่องสำอางมาแต่งหน้ากันล่ะ

ใครที่ต้องตื่นมาแต่งหน้าทุกเช้าแบบรีบร้อน อาจจะกังวลว่าเอ๊ะ กี่ขั้นตอนกันล่ะมันถึงจะครบ ถึงจะติดทน แล้วแบบนี้จะไปทำงานทันหรือเปล่า บลา ๆ ๆ ๆ ขอบอกก่อนว่าลองทำดูก่อน ทำไปนาน ๆ เราจะเริ่มเร็วขึ้นเอง ที่สำคัญการ เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า นอกจากจะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น ไม่มันเยิ้มระหว่างวันหรือไม่เรียบเนียนแห้งเป็นขุย ยังช่วยให้ผิวเราสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นด้วยนะ

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่ง (Cleansing)

แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มแต่งหน้า การทำความสะอาดหน้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง โดยหลังจากการล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ใช้คลีนซิ่งเช็ดผิวหน้าเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรกออกไปก่อน

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า เอ๊ะ คลีนซิ่งกับโทนเนอร์มันแตกต่างกันยังไงนะ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือคลีนซิ่ง (Cleansing) มีไว้สำหรับเช็ดล้างเครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ อย่างเช่น ฝุ่น เช็ดทั้งก่อนและหลังล้างหน้าจะช่วยให้ขจัดสิ่งสกปรกได้มากยิ่งขึ้น ส่วนโทนเนอร์ (Toner) ไปดูอ่านต่อได้ที่ข้อถัดไปเลย!

แต่ก่อนอื่น ขอขยายความเรื่องราวของคลีนซิ่งอีกสักนิด ว่ากันด้วยเรื่องสูตรแต่ละสูตรของคลีนซิ่ง สูตรฮิต ๆ สำหรับช่วงนี้น่าจะหนีไม่พ้นพวก Micellar Water หรือคลีนซิ่งแบบน้ำ จริง ๆ แล้วคลีนซิ่งจะมีหลายประเภทมมาก เช่น คลีนซิ่งแบบแผ่น (เหมาะสำหรับช่วงออกไปเที่ยวไม่อยากพกขวดหนัก ๆ ไป แบบแผ่นก็พกพาง่ายเลยล่ะ) แบบครีม แบบออยล์ แบบเจล และแบบนม ทั้งนี้ก็ต้องลองเทสให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง อย่าเพิ่งใจป้ำซื้อขวดใหญ่สุดมานะคะ

ส่วนแบรนด์ฮอตที่ต้องบอกต่อและหลายคนต้องไปกวาดซื้อที่ Eve and Boy กันบ่อย ๆ ก็คือเจ้า Biotherma ขวดอวบ ๆ ฝาสีชมพู

ขั้นตอนที่ 2 เติมน้ำให้ผิวด้วยโทนเนอร์ (Toner)

หลังจากเช็ดด้วยคลีนซิ่งเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งไม้ต่อให้กับโทนเนอร์ โทนเนอร์จะมาทำหน้าที่ช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไปด้วยนะ ขยับมาที่โทนเนอร์ เป็นขั้นตอนที่หลาย ๆ คนละเลยบ่อยมาก จริง ๆ แล้วโทนเนอร์สำคัญกับผิวเรามาก ๆ เพราะนางเป็นตัวปรับสมดุลชั้นดีเลยล่ะ ง่าย ๆ ก็คือทาโทนเนอร์ต่อจากคลีนซิ่งจะช่วยให้ผิวพร้อมรับมือกับการบำรุงและเมคอัพมากยิ่งขึ้น

โทนเนอร์ Mamonde

ShopSpotter.in.th

ส่วนโทนเนอร์ตัวมาแรงตอนนี้ต้องขอพูดถึง Mamonde ก่อนเลย เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานกับแก๊ง Garden in the city นั่นก็คือ Mamonde Flower Toner Series และจะบอกว่านางมีหลายสูตรมากกกกกก แล้วกลิ่นก็คือดี๊ดี ราคาอยู่ที่ 750 บาท อีกตัวที่มาแรงมากเว่อร์และกำลังจะเปิดสโตร์ที่สยามเซ็นเตอร์ก็คือ Thayers Witch Hazel ฝาสีแดงที่ตามหากันให้จ้าละหวั่น ตัวนี้เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ราคาอยู่ที่ 890 บาท

Thayers.com

ขั้นตอนที่ 3 บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรซิ่ง (Moisturizing) 

ขั้นตอนที่ 3 ถึงเวลาของการเติมน้ำบวกกับให้ความชุ่มชื้นกับผิวนุ่มฉ่ำแบบเต็มรูปแบบด้วยแก๊งสกินแคร์และมอยส์เจอไรเซอร์ต่าง ๆ ซึ่งมอยส์เจอไรเซอร์ก็จะต้องเลือกให้เหมาะกับรูปแบบผิวของแต่ละคนด้วย เพราะบางคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ก็ต้องใช้สกินแคร์ที่แตกต่างกัน ที่สำคัญถ้าใชัตัวไหนแล้วเกิดอาการแพ้ ควรหยุดทันทีและรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนเลย อย่าทำร้ายผิวนะจ๊ะ

สำหรับมอยเจอไรเซอร์ตัวฮิต ๆ จะเป็นแก๊ง Water Bank จาก Laneige ส่วนใครชอบกลิ่นแบบหอมอ่อน ๆ แพ็กเกจจิ้งน่ารัก ๆ ก็แนะนำเป็น Innisfree สกินแคร์จากเกาหลี สำหรับแบรนด์นี้มีหลายไลน์ดังเลย ทั้งตัวกรีนที ทั้ง Green Tea Seed Serum, Green Tea Seed Lotion, Green Tea Seed Cream

ขั้นตอนที่ 4 ลงครีมกันแดด (Sunscreen) ปกป้องผิวจาก UV 

ขั้นตอนนี้ก็สำคัญมากกกกก เพราะเราอยู่ในประเทศไทยยังไงล่ะคุณผู้ชม ครีมกันแดดอย่าลืมเป็นอันขาด และไม่เพียงแค่ตอนก่อนแต่งหน้าเท่านั้นที่ต้องลงครีมกันแดด วันไหนที่ไม่ได้แต่งหน้าก็สามารถลงครีมกันแดดได้ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน กันยูวีลดผิวหมองคล้ำด้วยนะ

มาต่อกันที่ครีมกันแดด เท่าที่เราเคยลองใช้เองด้วยแล้วก็อ่านตามรีวิวด้วย ตัวปัง ๆ ก็จะเป็น Biore, ZA, Nivea แล้วก็ Minus Sun

ขั้นตอนที่ 5 เพิ่มความติดแน่นด้วยไพรเมอร์ (Primer)

ก่อนทำการลงรองพื้นต้องทาไพรเมอร์ซะก่อน ส่วนใครที่ยังสงสัยว่าเอ๊ะ ไพรเมอร์ทาตอนไหน ไพรเมอร์ทาทำไม เราจะมาขยายความกันนิดนึง ไพรเมอร์ก็คืออีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่มาช่วยปกป้องปรับสภาพผิวหน้า ทำให้หน้าเนียนขึ้น และกระชับรูขุมขนของเรา ใช้ลงก่อนลงรองพื้น หรือหลังจากการลงครีมและกันแดดแล้วนั่นเอง

ส่วนไพรเมอร์ที่เราอยากแนะนำให้ลองก็คือของ Benefit คือผิวสัมผัสดีมากกกกก ราคาก็จะอยู่ที่ 1,300 บาท ส่วนอีกสองตัวที่ท็อปฮิตจะเป็น Illamasqua Hydra Veil ตัวนี้จะออกเป็นเจล ๆ ราคา 1,590 บาท และ Laura Mercier Foundation Primer ตัวฮิต ที่ตอนนี้มีปรับสูตรมาหลากหลายมากขึ้น ราคาอยู่ที่ 1,990 บาท ส่วนอีกตัวที่ปัง ๆ แต่ราคาเบาและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากขึ้นมาหน่อยจะเป็น Collection Primed & Ready หลอดสีดำ ๆ ฟ้อนต์ชมพู ราคา 479 บาท NYX Studio Perfect ราคา 495 บาท หรือจะเป็น Went n Wild 390 บาทก็ดีงาม

ขั้นตอนที่ 6 เริ่มลง Foundation ได้เลย!

หลังจากลงไพรเมอร์เสร็จเรียบร้อย สเต็ปต่อมาก็ลงรองพื้นได้เลย โดยรองพื้นจะมีหลากหลายรูปแบบเลย เช่น รองพื้นเนื้อครีมหรือรองพื้นเนื้อลิควิด เพื่อปกปิดรอยสิวและปรับผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้น แต่สาว ๆ เคยได้ยินไหมว่าวิธีที่จะให้รองพื้นเกลี่ยง่ายที่สุดก็คือ การใช้นิ้วมือเกลี่ย เพราะเมื่อเนื้อรองพื้นสัมผัสกับอุณหภูมิผิวของเราจะช่วยให้เกลี่ยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

อะมาที่รองพื้นกันบ้าง ตัวเด็ดตัวดังที่เราคัดมาได้แก่ Laura Mercier อีกแล้วท่านผู้ชม แต่ราคาก็จะแรง ๆ นิดนึง ก็คือ 1,900 บาทไปเลย อีกตัวที่เชียร์มาก ๆ คือ Benefit Big Easy คือแพ็กเกจน่ารักมาก กินขาดไปเลย ที่สำคัญเนื้อเกลี่ยง่ายเว่อร์ ราคา 1,600 บาท ขอเชียร์ Benefit อีกตัวก็คือ Hello Happy Soft Blur Foundation ตัวนี้ 1,350 บาท

ก่อนจะเกินเลยไปมากกว่านี้เราไปดูตัวราคาเบา ๆ กันสักหน่อยเป็น Loreal Infailible 24HR Stay Fresh Foundation 499 บาท และ Maybelline Fit Me Matte + Poreless Foundation ราคา 349 บาทเท่านั้น อีกตัวที่น่าสนใจเป็น Catrice HD Liquid Coverage Foundation ราคา 360 บาท

ขั้นตอนที่ 7 ตามด้วยคอนซีลเลอร์ (Concealer) เลย

ต่อด้วยคอนซีลเลอร์ได้เลย เพราะใต้ตาคล้ำ รอบดวงตาแพนด้าเป็นจุดที่ต้องเคลียร์ก่อนเลย ปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด! เสร็จสับทั้งหมดนี้ก็ลงแป้งและเมคอัพอื่น ๆ ต่อได้เลย

เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า

ขอแนะนำตัวที่ราคาเบา ๆ ก่อน Maybelline Instant Age Rewind Concealer คอนซีลเลอร์แบบแท่งมีหัวเกลี่ยราคา 399 บาท อีกตัวที่ปัง ๆ จะเป็นของ NARS มีทั้งแบบน้ำ NARS Radiant Creamy Concealer ราคา 1,320 บาทและแบบตลับฝาเปิด Soft Matte Complete 1,320 บาทเหมือนกัน

เพียง 7 สเต็ปง่าย ๆ เท่านี้ก็ทำให้สาว ๆ แต่งหน้าได้ติดทนมากขึ้น แถมยังได้ผิวที่เรียบเนียนเกลี่ยเครื่องสำอางง่าย และผิวเปล่งประกายบวก ๆ ๆ ไปอีกนะจ๊ะ ใครยังไม่เคยทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ต้องลองแล้วนะ ไว้คราวหน้าเราจะมาแนะนำขั้นตอนการบำรุงผิวก่อนนอนเป็น EP ถัดไป