Beauty

7 ขั้นตอน เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ง่าย ๆ ให้เครื่องสำอางติดทนยิ่งขึ้น!

By January 16, 2019 May 23rd, 2022 No Comments

สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาแต่งหน้าไม่ติดทนใด ๆ ลองเช็คกับขั้นตอนที่เราหยิบมาฝากกันนี้ก่อนว่าทำครบจบทุกขั้นตอนหรือยัง ถ้ายังต้องอย่าลืม เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า ให้พร้อมก่อนลงมือหยิบเครื่องสำอางมาแต่งหน้ากันล่ะ

ใครที่ต้องตื่นมาแต่งหน้าทุกเช้าแบบรีบร้อน อาจจะกังวลว่าเอ๊ะ กี่ขั้นตอนกันล่ะมันถึงจะครบ ถึงจะติดทน แล้วแบบนี้จะไปทำงานทันหรือเปล่า บลา ๆ ๆ ๆ ขอบอกก่อนว่าลองทำดูก่อน ทำไปนาน ๆ เราจะเริ่มเร็วขึ้นเอง ที่สำคัญการ เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า นอกจากจะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนมากขึ้น ไม่มันเยิ้มระหว่างวันหรือไม่เรียบเนียนแห้งเป็นขุย ยังช่วยให้ผิวเราสุขภาพดีมากยิ่งขึ้นด้วยนะ

ขั้นตอนที่ 1 ทำความสะอาดผิวหน้าด้วยคลีนซิ่ง (Cleansing)

แน่นอนว่าก่อนจะเริ่มแต่งหน้า การทำความสะอาดหน้าเป็นขั้นตอนที่สำคัญมากขั้นตอนหนึ่ง โดยหลังจากการล้างหน้าเรียบร้อยแล้ว ใช้คลีนซิ่งเช็ดผิวหน้าเพื่อเคลียร์สิ่งสกปรกออกไปก่อน

หลายคนอาจจะยังสงสัยว่า เอ๊ะ คลีนซิ่งกับโทนเนอร์มันแตกต่างกันยังไงนะ สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือคลีนซิ่ง (Cleansing) มีไว้สำหรับเช็ดล้างเครื่องสำอางหรือสิ่งสกปรกอื่น ๆ อย่างเช่น ฝุ่น เช็ดทั้งก่อนและหลังล้างหน้าจะช่วยให้ขจัดสิ่งสกปรกได้มากยิ่งขึ้น ส่วนโทนเนอร์ (Toner) ไปดูอ่านต่อได้ที่ข้อถัดไปเลย!

แต่ก่อนอื่น ขอขยายความเรื่องราวของคลีนซิ่งอีกสักนิด ว่ากันด้วยเรื่องสูตรแต่ละสูตรของคลีนซิ่ง สูตรฮิต ๆ สำหรับช่วงนี้น่าจะหนีไม่พ้นพวก Micellar Water หรือคลีนซิ่งแบบน้ำ จริง ๆ แล้วคลีนซิ่งจะมีหลายประเภทมมาก เช่น คลีนซิ่งแบบแผ่น (เหมาะสำหรับช่วงออกไปเที่ยวไม่อยากพกขวดหนัก ๆ ไป แบบแผ่นก็พกพาง่ายเลยล่ะ) แบบครีม แบบออยล์ แบบเจล และแบบนม ทั้งนี้ก็ต้องลองเทสให้เหมาะกับสภาพผิวของตัวเอง อย่าเพิ่งใจป้ำซื้อขวดใหญ่สุดมานะคะ

ส่วนแบรนด์ฮอตที่ต้องบอกต่อและหลายคนต้องไปกวาดซื้อที่ Eve and Boy กันบ่อย ๆ ก็คือเจ้า Biotherma ขวดอวบ ๆ ฝาสีชมพู

ขั้นตอนที่ 2 เติมน้ำให้ผิวด้วยโทนเนอร์ (Toner)

หลังจากเช็ดด้วยคลีนซิ่งเรียบร้อยแล้ว ก็ส่งไม้ต่อให้กับโทนเนอร์ โทนเนอร์จะมาทำหน้าที่ช่วยให้ผิวของเรามีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการบำรุงในขั้นต่อไปด้วยนะ ขยับมาที่โทนเนอร์ เป็นขั้นตอนที่หลาย ๆ คนละเลยบ่อยมาก จริง ๆ แล้วโทนเนอร์สำคัญกับผิวเรามาก ๆ เพราะนางเป็นตัวปรับสมดุลชั้นดีเลยล่ะ ง่าย ๆ ก็คือทาโทนเนอร์ต่อจากคลีนซิ่งจะช่วยให้ผิวพร้อมรับมือกับการบำรุงและเมคอัพมากยิ่งขึ้น

โทนเนอร์ Mamonde

ShopSpotter.in.th

ส่วนโทนเนอร์ตัวมาแรงตอนนี้ต้องขอพูดถึง Mamonde ก่อนเลย เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานกับแก๊ง Garden in the city นั่นก็คือ Mamonde Flower Toner Series และจะบอกว่านางมีหลายสูตรมากกกกกก แล้วกลิ่นก็คือดี๊ดี ราคาอยู่ที่ 750 บาท อีกตัวที่มาแรงมากเว่อร์และกำลังจะเปิดสโตร์ที่สยามเซ็นเตอร์ก็คือ Thayers Witch Hazel ฝาสีแดงที่ตามหากันให้จ้าละหวั่น ตัวนี้เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ราคาอยู่ที่ 890 บาท

Thayers.com

ขั้นตอนที่ 3 บำรุงผิวด้วยมอยส์เจอไรซิ่ง (Moisturizing) 

ขั้นตอนที่ 3 ถึงเวลาของการเติมน้ำบวกกับให้ความชุ่มชื้นกับผิวนุ่มฉ่ำแบบเต็มรูปแบบด้วยแก๊งสกินแคร์และมอยส์เจอไรเซอร์ต่าง ๆ ซึ่งมอยส์เจอไรเซอร์ก็จะต้องเลือกให้เหมาะกับรูปแบบผิวของแต่ละคนด้วย เพราะบางคนผิวแห้ง ผิวมัน ผิวผสม ก็ต้องใช้สกินแคร์ที่แตกต่างกัน ที่สำคัญถ้าใชัตัวไหนแล้วเกิดอาการแพ้ ควรหยุดทันทีและรีบปรึกษาแพทย์โดยด่วนเลย อย่าทำร้ายผิวนะจ๊ะ

สำหรับมอยเจอไรเซอร์ตัวฮิต ๆ จะเป็นแก๊ง Water Bank จาก Laneige ส่วนใครชอบกลิ่นแบบหอมอ่อน ๆ แพ็กเกจจิ้งน่ารัก ๆ ก็แนะนำเป็น Innisfree สกินแคร์จากเกาหลี สำหรับแบรนด์นี้มีหลายไลน์ดังเลย ทั้งตัวกรีนที ทั้ง Green Tea Seed Serum, Green Tea Seed Lotion, Green Tea Seed Cream

นอกจากความชุ่มชื่นให้ผิวแล้ว ในขั้นนี้ควรลงลิปบำรุงริมฝีปาก ก่อนที่จะแต่งหน้าด้วย เพื่อป้องกันปัญหาลิปตกร่อง  เนื่องจากผิวริมฝีปากจะค่อนข้างบอบบาง หากต้องการบำรุงแล้ว ควรใช้ ลิปมันประเภทออแกนิค ที่เน้นบำรุงจริงๆก่อนทาลิปสติก  แนะนำ ลิปบำรุงก่อนทาลิปสติก lovella organics จะทาก่อน หรือหลังทาลิปสติกก็ได้

shopee >> https://shope.ee/2VCqMVu3lY

ขั้นตอนที่ 4 ลงครีมกันแดด (Sunscreen) ปกป้องผิวจาก UV 

ขั้นตอนนี้ก็สำคัญมากกกกก เพราะเราอยู่ในประเทศไทยยังไงล่ะคุณผู้ชม ครีมกันแดดอย่าลืมเป็นอันขาด และไม่เพียงแค่ตอนก่อนแต่งหน้าเท่านั้นที่ต้องลงครีมกันแดด วันไหนที่ไม่ได้แต่งหน้าก็สามารถลงครีมกันแดดได้ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน กันยูวีลดผิวหมองคล้ำด้วยนะ

มาต่อกันที่ครีมกันแดด เท่าที่เราเคยลองใช้เองด้วยแล้วก็อ่านตามรีวิวด้วย ตัวปัง ๆ ก็จะเป็น Biore, ZA, Nivea แล้วก็ Minus Sun

ขั้นตอนที่ 5 เพิ่มความติดแน่นด้วยไพรเมอร์ (Primer)

ก่อนทำการลงรองพื้นต้องทาไพรเมอร์ซะก่อน ส่วนใครที่ยังสงสัยว่าเอ๊ะ ไพรเมอร์ทาตอนไหน ไพรเมอร์ทาทำไม เราจะมาขยายความกันนิดนึง ไพรเมอร์ก็คืออีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญที่มาช่วยปกป้องปรับสภาพผิวหน้า ทำให้หน้าเนียนขึ้น และกระชับรูขุมขนของเรา ใช้ลงก่อนลงรองพื้น หรือหลังจากการลงครีมและกันแดดแล้วนั่นเอง

ส่วนไพรเมอร์ที่เราอยากแนะนำให้ลองก็คือของ Benefit คือผิวสัมผัสดีมากกกกก ราคาก็จะอยู่ที่ 1,300 บาท ส่วนอีกสองตัวที่ท็อปฮิตจะเป็น Illamasqua Hydra Veil ตัวนี้จะออกเป็นเจล ๆ ราคา 1,590 บาท และ Laura Mercier Foundation Primer ตัวฮิต ที่ตอนนี้มีปรับสูตรมาหลากหลายมากขึ้น ราคาอยู่ที่ 1,990 บาท ส่วนอีกตัวที่ปัง ๆ แต่ราคาเบาและเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์มากขึ้นมาหน่อยจะเป็น Collection Primed & Ready หลอดสีดำ ๆ ฟ้อนต์ชมพู ราคา 479 บาท NYX Studio Perfect ราคา 495 บาท หรือจะเป็น Went n Wild 390 บาทก็ดีงาม

ขั้นตอนที่ 6 เริ่มลง Foundation ได้เลย!

หลังจากลงไพรเมอร์เสร็จเรียบร้อย สเต็ปต่อมาก็ลงรองพื้นได้เลย โดยรองพื้นจะมีหลากหลายรูปแบบเลย เช่น รองพื้นเนื้อครีมหรือรองพื้นเนื้อลิควิด เพื่อปกปิดรอยสิวและปรับผิวให้สว่างกระจ่างใสขึ้น แต่สาว ๆ เคยได้ยินไหมว่าวิธีที่จะให้รองพื้นเกลี่ยง่ายที่สุดก็คือ การใช้นิ้วมือเกลี่ย เพราะเมื่อเนื้อรองพื้นสัมผัสกับอุณหภูมิผิวของเราจะช่วยให้เกลี่ยได้ง่ายมากยิ่งขึ้น

อะมาที่รองพื้นกันบ้าง ตัวเด็ดตัวดังที่เราคัดมาได้แก่ Laura Mercier อีกแล้วท่านผู้ชม แต่ราคาก็จะแรง ๆ นิดนึง ก็คือ 1,900 บาทไปเลย อีกตัวที่เชียร์มาก ๆ คือ Benefit Big Easy คือแพ็กเกจน่ารักมาก กินขาดไปเลย ที่สำคัญเนื้อเกลี่ยง่ายเว่อร์ ราคา 1,600 บาท ขอเชียร์ Benefit อีกตัวก็คือ Hello Happy Soft Blur Foundation ตัวนี้ 1,350 บาท

ก่อนจะเกินเลยไปมากกว่านี้เราไปดูตัวราคาเบา ๆ กันสักหน่อยเป็น Loreal Infailible 24HR Stay Fresh Foundation 499 บาท และ Maybelline Fit Me Matte + Poreless Foundation ราคา 349 บาทเท่านั้น อีกตัวที่น่าสนใจเป็น Catrice HD Liquid Coverage Foundation ราคา 360 บาท

ขั้นตอนที่ 7 ตามด้วยคอนซีลเลอร์ (Concealer) เลย

ต่อด้วยคอนซีลเลอร์ได้เลย เพราะใต้ตาคล้ำ รอบดวงตาแพนด้าเป็นจุดที่ต้องเคลียร์ก่อนเลย ปล่อยไปไม่ได้เด็ดขาด! เสร็จสับทั้งหมดนี้ก็ลงแป้งและเมคอัพอื่น ๆ ต่อได้เลย

เตรียมผิวก่อนแต่งหน้า

ขอแนะนำตัวที่ราคาเบา ๆ ก่อน Maybelline Instant Age Rewind Concealer คอนซีลเลอร์แบบแท่งมีหัวเกลี่ยราคา 399 บาท อีกตัวที่ปัง ๆ จะเป็นของ NARS มีทั้งแบบน้ำ NARS Radiant Creamy Concealer ราคา 1,320 บาทและแบบตลับฝาเปิด Soft Matte Complete 1,320 บาทเหมือนกัน

เพียง 7 สเต็ปง่าย ๆ เท่านี้ก็ทำให้สาว ๆ แต่งหน้าได้ติดทนมากขึ้น แถมยังได้ผิวที่เรียบเนียนเกลี่ยเครื่องสำอางง่าย และผิวเปล่งประกายบวก ๆ ๆ ไปอีกนะจ๊ะ ใครยังไม่เคยทำตามขั้นตอนเหล่านี้ ต้องลองแล้วนะ ไว้คราวหน้าเราจะมาแนะนำขั้นตอนการบำรุงผิวก่อนนอนเป็น EP ถัดไป